.. ไม่รู้มีความบังเอิญเข้าไปเจอรูปในสมัยอดีตเข้าได้ยังไง

ทำให้เกิดอยากจะเล่าเรื่อง      กาลครั้งหนึ่ง,,อัฟกานิสถาน     ขึ้นมา

 

เมื่อปี 2546 เพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ

การศึกษาจากจากมหาลัยที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

จบปุ๊บเก็บของขึ้นกรุงเทพ ปั๊บ

เมื่อก่อน กรุงเทพมหานคร เป็น เมืองในฝันของ เด็ก ตจว. (ต่างจังหวัด) อย่างเรา

จะไป   ล่าฝันในเมืองหลวง  ว่างั้น

 

ด้วยแรงไฟคุกรุ่น วิ่งเต้นออกสมัครงานเป็นว่าเล่น

แทบจะรู้จักกรุงเทพไปทุกมุมเมือง (อันนี้ท่าจะเว่อไป)

 

มีนา ก้อ แล้ว  เมษา ผ่านไป จะย่างเข้าสู่ พฤษภาคม

อะไรกันนี่ ! ทิ้งใบสมัคร สัมภาษณ์ รอการติดต่อกลับ

วนเวียนอยุ่เช่นนี้

จนรู้สึกท้อ (ทั้งๆที่วิ่งได้แค่ 2 เดือน)

แต่ต้องเข้าใจว่าคนเพิ่งจบคิดวาดฝันไว้สวยงาม

ว่าจบแล้วต้องได้งานทำทันที

 

แต่ชีวิต ไม่เป็น เช่นนั้น

 

จนวันนึง นัดเจอเพื่อนๆที่มาอยู่ กรุงเทพด้วยกัน

สาเหตุเนื่องจากต้องไปส่งเพื่อนที่จะไปเรียนออสเตรเลีย

เพื่อนนำข่าวมาบอก

ว่ามันกำลังจะไปทำงานเมืองนอก

เป็นร้านอาหารไทยในค่ายทหาร NATO ประเทศโคโซโว ซึ่งแยกมาจากรัสเซีย

เป็นร้านของคนรู้จักกัน

เอ้ย กูอยากไปด้วย มีตำแหน่งว่าง ป้ะ ?

นั่นคือประโยคแรกที่ถามหลังจากฟังจบ

มี แต่มึงต้องไปทดลองงานที่ อัฟกานิสถาน ก่อนมึงจะไปป่าว

ไปไป กูไป

“’งั้นมึงติดต่อไปหาพี่คนนี้นะ ....

 

หลังจากนั้นการติดต่อได้เกิดขึ้น มีการนัดเจอและทำข้อตกลงกัน

 ร้านอาหารไทย..... ใน กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน   ตำแหน่งพนักงานเสริฟ 

ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ค่าวีซ่า และ ค่าดำเนินการต่าง ๆ ทางร้านจะจัดการให้

แต่ !! มีข้อแม้ว่าต้องไปอยู่ ครบ 1 ปี

ถ้าไม่ครบจะหักจากเงินเดือน ซึ่ง จะได้ 15,000 บาท ไทย

ซึ่งจะโอนเข้าบัญชีที่ให้ไว้

 

โทรบอกที่บ้าน

แม่+พ่อ ไม่ยอมให้ไป

ไอ้นี่ก้อดื้อ  จะไป  จะไป  ต้องไปให้ได้

จำได้ว่าก่อน check in  1 ชั่วโมง โทรไปบอกพ่อ

พ่ออึ้งไป แล้วก้ออวยพร เราบอกพ่อว่า อีก 1 ปี จะกลับมา

 

หลังจากนั้นการเดินทางได้เกิดขึ้น

โดย ปากีสถานแอร์ไลน์ แวะพักที่ปากีสถาน 10  กว่าวันเพื่อต่อวีซ่าเข้า อัฟกานิสถาน

 

มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น

1 ใน 4 ของ ผู้ร่วมเดินทางเกิดอาการทางจิต หาว่าเรากับพี่ลูกเจ้าของร้าน เป็นมือปืนจะมาตามฆ่าแก

มึงจะบ้าป่าว ????????

เอาเข้าไป คือความจริงแก(ผู้หญิง)เล่นไพ่เสียจนมาเฟียตามล่าจนสามีกับลูกให้หนีไปทำงานไกล ๆ

เลยเข้าร่วมสมาคมมาด้วย

หลังจากนั้นป้าแก เล่นขโมย passport ไปทิ้ง

แต่เก็บของตัวเองไว้  เจ๋งไปป้ะพี่

ตอนนั้นเข้าใจว่าจะต้องกลายเป็นชาวปากีสถานไปแล้วล่ะ

แต่ก้อรอดมาได้

และป้าคนนั้น ก้อถูกส่งตัวกลับ เมืองไทย

เอ..ไม่รู้แกรู้ชะตากรรมเบื้องหน้า หรือ อย่าง ไร

แก ถึงทำเรื่อง ชิ่ง กลับ ซะก่อน

 

หลังจากนั้นใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ผ่านภูเขาน้ำแข็ง  แม่น้ำ  8 ชั่วโมง

จนถึง 

.

.

ค า บู ล 

Photobucket

 

 

ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามคาด

อยู่ที่นั่นอย่างลำบาก  ทั้งกาย ทั้งใจ

งานหนัก เจ้านายแย่ โคตรแย่ เลยล่ะ

แถมยังเก็บ passport ไว้อีก ยังไปโกงหุ้นส่วนที่เป็นคนท้องถิ่น

ใช้งานลูกจ้างยังกะทาส ทาส จริง ๆ ทำทุกอย่าง ในร้าน

ผ่านไป 1 เดือน มี สถาปนิกที่ไปตกแต่งร้าน+ผู้จัดการ ไปในตัว

แกจะขอลาออกและจะกลับในอีก 15 วัน

เราตัดสินใจขอกลับด้วย ยื่นคำขาดไปว่าถ้าไม่ให้กลับจะไปยื่นเรื่องที่สถานฑูต

ในช่วงนั้นก้อประท้วงไม่ไปทำงาน

ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต แย่มาก

 

จนเจ้าของร้านยอมให้กลับ

แต่เงินเดือน 1 เดือนที่ผ่านมาจะหักเป็น ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับและค่าเอกสารต่างๆ

 

ณ ช่วงเวลานั้นไม่สนใจแล้ว ขอให้ได้กลับอย่างเดียว

ในวันกลับต้องตัดใจอำลา 11 คนไทยที่อยู่ด้วยกัน และคนพื้นเมืองอีก 2 คนโดยเฉพาะ

..น้องเอกผู้ช่วยกุ๊ก  

ซึ่งเรา 2 คน มักจะแอบย่องออกจากบ้านตอนหลังเลิกงาน (หลังเที่ยงคืน)

เพื่อจะไปขับรถชมเมืองคาบูล ยามดึก

 

..พี่ผึ้ง (ช่างเสริมสวย) ที่แสนดี

คนที่นอนกอดกันร้องไห้ คิดถึงบ้าน

จบแค่ชั้น ป.6 พูดภาษาอังกฤษไม่ได้แม้คำเดียว

แต่พี่แกดันมีนักธุรกิจชาวอเมริกัน มา ติดพัน เราช่วยได้แค่ให้ talking dict ไว้ช่วยชีวิตแก

(ตอนหลังได้ข่าวว่าแกหนีไปอยู่กับหนุ่มอเมริกันคนนั้นไปแล้ว)

 

ณ ตอนนี้ ยังติดต่อใครไม่ได้เลย

 กลับมาถึงเมืองไทย เที่ยงคืน ของวันที่ 1 กรกฎา 46 (เดินทาง  20 พฤษภา 46 )

มีเงิน TIPS ติดตัวกลับมาประมาณ  3 หมื่น เป็นเงินที่เก็บสะสมไว้

 

 

ก้าวแรกที่เท้าเหยียบสนามบินดอนเมือง ตื่นเต้น และดีใจมาก

(แต่ไม่ได้ก้มลงกราบพื้นหรือจูบพื้นแต่อย่างใด )

และคิดว่าต่อไปนี้ จะไม่ตัดสินใจไปไหนง่ายๆ อีกแล้ว

พอกันทีกับคนไทยที่ทำร้ายคนไทยด้วยกัน

 

กลับมาถึง เที่ยว เที่ยว เที่ยว

คิดถึงใครไปหาเค้าหมด

 

 ...........................  

 

เราลองมาดูรายละเอียดคร่าวๆ ของ ประเทศอัฟกานิสถานกันดีกว่า   จาก วิกิพีเดีย


Da Afghanistan Islami Dawlat
دولت اسلامی افغانستان
Dawlâteh Eslamiyeh Afghanistan

สาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน

 

 

คำขวัญ: ไม่มี

เพลงชาติ: Sououd-e-Melli

 

เมืองหลวง

คาบูล
34°30′N 69°10′E

เมืองใหญ่สุด

คาบูล

ภาษาราชการ

ภาษาพาชตูและภาษาดารี

รัฐบาล

สาธารณรัฐอิสลาม

- ประธานาธิบดี
- รองประธานาธิบดี

ฮามิด การ์ไซ
อาห์มัด เซีย มัสซูด
การิม คาลิลี

ได้รับเอกราช
- วันที่

จากสหราชอาณาจักร
19 สิงหาคม พ.ศ. 2462

เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 - พื้นน้ำ (%)


647,500 กม.² (อันดับที่ 40)
250,001 ไมล์² 
?

ประชากร
 - 2549 ประมาณ
 -
ความหนาแน่น


31,056,997 (อันดับที่ 38)
43/กม² (
อันดับที่ 125)
111/ไมล์² 

GDP (PPP)
 - รวม
 - ต่อประชากร

2549 ค่าประมาณ
31.9 พันล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 91)
1,310 ดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 162)

HDI (2003)

? (อันดับที่ ?) – ?

สกุลเงิน

อัฟกานี (AFN)

เขตเวลา
 - ฤดูร้อน (DST)

(UTC+4:30)
(
UTC+4:30)

รหัสอินเทอร์เน็ต

.af

รหัสโทรศัพท์

 

 

 

 

 

 

93

 

 

 

TallMan

                                                 กับหนุ่มชาวอัฟกัน

 

BoyAndme
Afgan Boy

Shop

Me
 Afghanistan
Photobucket
Pizza กับ เอก ตอนตี 1ของ คาบูล
Photobucket

 

 

 

 

 

ต้นแอบเปิ้ล หน้าบ้านพัก

 

จะเห็นได้ว่า พื้นที่แห้งแล้งมาก

ที่อยู่ก้อมีน้อย

บ้านเรือนจะสร้างจะเรียกว่าอะไร ดี ซ่อนอยู่ในเขาเหรอ

ก้อไม่เชิง

ดูจากภาพแล้วกันเนอะ

แต่ที่รู้ โคตรจะไม่สบาย เอาเสียเลย

เป็นเมืองอิสลาม ผู้หญิงจะอยู่ยากมาก

ออกไปไหนทีต้องคลุมผ้ามิดชิด หยั่งกะโจร

ไม่มีที่ไหนสบายเท่าบ้านเราอีกแล้ว

ประเทศไทย  บ้านเรา น่าอยู่ที่สุดในโลก ^_^

big smile big smile big smile

อ่านเรื่องนี้แล้วยิ้ม เพราะมีความหลัง 2 ประการดังนี้ค่ะ
เคยมีความหลังประทับใจชายไทยคนหนึ่ง กิกิ ที่ไปราช
การที่กรุงคาบูล (ซ่อมสนามบิน) รู้จักกันตอนที่พี่เขาอยู่ที่นั้น แมนโคตรๆ เลยรู้สึกดีๆกับอัฟกานิสถานแม้พี่เขาจะเพียรบอกว่ามันคล้ายๆ 3 เหลี่ยมทองคำบ้านเรา ยาเสพย์ติดมาก อีกประการหนึ่งคือ เราน่าจะอายุใกล้ๆเคียงกันนะคะ เพราะพลอยจ๋าจบป.ตรี ก็ตอน 46 เหมือนกัน และกำลังย้อนคิดไปว่าชัวงเวลาเดียวกันนั้นพลอยจ๋ากำลังคิดทำอะไรอยู่..

ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตนะคะ ที่สำคัญกว่านั้นคือกล้าตัดสินใจที่ไป คุณสมบัติข้อนี้เยี่ยมยอดเหมาะสมกับนักเดินทางมากๆค่ะ

ปล. สมเด็จพุฒาจารย์โต ก็คือท่านที่ลิขิต บทสวดมนต์ "ชินบัญชร" และพระเครื่องสมเด็จวัดระฆังที่โด่งดังยังไงล่ะค่ะ..

big smile big smile big smile

#1 By พี่พลอยจ๋า on 2008-03-07 16:30

ถ่ายเองคะไม่ได้เเต่งภาพ จริงๆเเล้วมันคือเทคนิค
การเปิด shutter B เเล้วยิงเเฟลช ใส่เอา :')
ลองเอาไปเล่นดูได้สนุกดีคะ

#2 By thirdplace3 :)) on 2008-03-07 19:20

ส่วนใหญ่ความทรงจำของคนที่ไปต่างประเทศมักจะงดงาม ดังนั้นคุณเป็นคนส่วนน้อยนะคะbig smile

ฉันมองกรุงเทพต่างไปจากคุณนะ
สำหรับฉันแล้วกรุงเทพเป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุดในประเทศไทย
ทั้งคนเยอะเกินไป ทั้งรถเยอะเกินไป แถมผู้คนยังเร่งรีบเสียจนฉันสงสัยว่าพวกเขารีบไปไหนกัน

ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่อยากไปมากที่สุดเลยค่ะ
เอาไว้ถ้าเมื่อไหร่มีโอกาส จะรบกวนถามเรื่องที่กิน ที่เที่ยว แล้วก็ที่พักนะคะ big smile

#3 By นกไร้ขา on 2008-03-09 00:41

... อ่านแล้วแบบ โอโห้... ถือเป็นประสบการณ์นะครับ ครั้งหนึงๆๆๆๆ

#4 By วาซาบิ on 2008-03-09 16:57

อะโห อยากไป รายละเอียดเยอะมากเลยค่ะ
อยากไปถ่ายรูปมั่ง

ปล.(ด้วยคน) เดินมาบอกว่า รูปที่ภูเก็ตหน้าบล็อกของเรา ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเกาะสิเหร่ยามเช้าค่ะ open-mounthed smile ว่างๆลองไปดู หาดไม่สวย แต่ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นสวยนะ
จำได้ว่าเพิ่งเม้นไปแต่กลับไม่มีสะงั้นเรย

เม้นใหม่ๆ ดูแล้วน่าไปจังquestion
แวะมาขอบคุณ สำหรับน้ำใจค่ะbig smile

#7 By นกไร้ขา on 2008-03-10 11:51

ประสบการณ์ที่น่าระทึก ... เป็นตุ้มเป๊ะ เละแน่ๆ sad smile กลัว...

#8 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-11 11:34

ประสบการณ์ที่ดีนะconfused smile sad smile

#9 By zero-be on 2008-03-11 12:47

ผ่านเรื่องแบบนี้มาได้ เท่ากับเรียนโทหลายใบเลยครับ
ทีนี้ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เพราะฉีดวัคซีนชีวิตแล้ว confused smile

เล่าได้สนุกมากครับ Hot!

#10 By GPEN on 2008-03-11 12:53

โชคดีนะที่กลับมาได้อย่างปลอดภัย และโชคดีที่เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งนะคะ
ประสบการณ์ต่างๆเงินซื้อไม่ได้ต้องได้สัมผัสเอง

#11 By Duoartists in phuket on 2008-03-11 13:58

โอ้ว...ใจถึงมากที่ไป...เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆค่ะconfused smile

#12 By (^_^)/nana on 2008-03-11 16:25

ขอบคุณเพื่อนบ้านทุกๆท่าน
ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ

หลังจากเหตุการณ์นี้
ชีวิต กล้าขึ้นเยอะเลยค่ะ

#13 By Nokontherock on 2008-03-11 19:06

โอ้ พึ่งรู้ว่าคุณนกประวัติโชคโชนน่าตื่นเต้นดีจริงๆ
^-^ น่าจะได้ทำหนังสือนะเนี่ย .. เอ หรือจะไปอีกหนดีครับ
อิอิ
ไปเที่ยวยังพอไหว แต่ให้ไปอยู่ไปทำงานขอบายละครับ

เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจดีนะครับ ผมเห็นคุณอมยิ้มตอนนึกย้อนอดีตไป จริงมั๊ยครับbig smile

ปล. ม้าของผมพยศแค่ในใจหรอกครับbig smile

#15 By ก้อนหิน on 2008-03-12 04:39

โห . . .
เข้าใจเลยค่ะ เวลาไปต่างบ้านต่างเมือง
แล้วก็ไม่มีใครเป็นที่พึ่ง รอบตัวโดนกดดัน

มันทำให้คิดถึงบ้านใจแทบขาด ว่าไม๊คะ

#16 By Fein on 2008-03-12 16:12

เห็นแล้วอยากไปเที่ยวบ้างจัง

น่าสนุกนะค่ะ

big smile big smile

#17 By me design on 2008-03-12 20:30

การตัดสินใจอะไรบางทีมันก็ย๊ากส์ยาก บางทีมันก็ง่าย

ชีวิตนะ บางทีก็เปลี่ยนไปแบบหหน้ามือเป็นหลังมือ

big smile

#18 By lolay on 2008-03-13 22:25

ได้ดูเรื่อง the kite runner ที่เกี่ยวกันประเทศอัฟกานิถาน แล้วรุ้สึกว่าเกิดเมืองไทยดีแล้ว =-=